อาหารที่ควรกินช่วง มีประจำเดือน
ช่วงมีประจำเดือนเป็นช่วงเวลาที่ผู้หญิงหลายคนต้องเผชิญกับอาการไม่สบายตัว ไม่ว่าจะเป็นปวดท้อง อ่อนเพลีย เวียนศีรษะ หรืออารมณ์แปรปรวน ซึ่งส่วนหนึ่งเกิดจากการสูญเสียเลือดและการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในร่างกาย ดังนั้น การเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์จึงเป็นอีกหนึ่งวิธีสำคัญที่ช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้ดีขึ้น และลดความรุนแรงของอาการต่าง ๆ ระหว่างมีประจำเดือนได้
อาหารที่ควรกินช่วง มีประจำเดือน
1. อาหารที่มีธาตุเหล็กสูง ชดเชยการสูญเสียเลือด
ในช่วงมีประจำเดือน ร่างกายจะสูญเสียธาตุเหล็กไปพร้อมกับเลือด หากได้รับธาตุเหล็กไม่เพียงพอ อาจทำให้รู้สึกเหนื่อยง่าย หน้ามืด หรืออ่อนเพลียได้
อาหารที่มีธาตุเหล็กสูง ได้แก่
- ตับหมู ตับไก่
- เนื้อวัวไม่ติดมัน
- ไข่แดง
- ผักโขม
- คะน้า
- ถั่วแดง
- งาดำ
หากรับประทานคู่กับอาหารที่มีวิตามินซี เช่น ส้ม ฝรั่ง หรือกีวี จะช่วยให้ร่างกายดูดซึมธาตุเหล็กได้ดีขึ้น
2. ปลาและอาหารที่มีโอเมก้า 3 ช่วยลดอาการปวดประจำเดือน
โอเมก้า 3 มีคุณสมบัติช่วยลดการอักเสบและอาจช่วยบรรเทาอาการปวดท้องประจำเดือนได้
แหล่งโอเมก้า 3 ที่น่าสนใจ ได้แก่
- ปลาแซลมอน
- ปลาทู
- ปลาซาร์ดีน
- ปลาทูน่า
- เมล็ดเจีย
- เมล็ดแฟลกซ์
- วอลนัต
การรับประทานปลา 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ ยังส่งผลดีต่อหัวใจและสมองอีกด้วย
3. กล้วย ผลไม้ใกล้ตัวที่มีประโยชน์มากกว่าที่คิด
กล้วยอุดมไปด้วยโพแทสเซียมและวิตามินบี 6 ซึ่งช่วยลดอาการท้องอืด และอาจช่วยให้อารมณ์คงที่มากขึ้น
ข้อดีของกล้วยในช่วงมีประจำเดือน
- ช่วยลดอาการตะคริว
- ให้พลังงานแก่ร่างกาย
- ช่วยให้อิ่มท้อง
- มีไฟเบอร์ช่วยลดอาการท้องผูก
นอกจากกล้วยแล้ว อะโวคาโด มันหวาน และฟักทอง ก็เป็นแหล่งโพแทสเซียมที่ดีเช่นกัน
4. ดื่มน้ำให้เพียงพอ ลดอาการบวมน้ำ
หลายคนเข้าใจผิดว่าช่วงมีประจำเดือนควรดื่มน้ำน้อยลง เพราะกลัวตัวบวม แต่ความจริงแล้ว การดื่มน้ำให้เพียงพอจะช่วยลดอาการปวดศีรษะ และลดการคั่งของของเหลวในร่างกายได้
ควรดื่มน้ำสะอาดประมาณ 1.5-2 ลิตรต่อวัน หรือมากกว่านั้นหากมีกิจกรรมที่ทำให้เสียเหงื่อมาก
5. ผักใบเขียวช่วยเติมวิตามินและแร่ธาตุ
ผักใบเขียวเป็นแหล่งของธาตุเหล็ก แคลเซียม แมกนีเซียม และไฟเบอร์ ซึ่งช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดี และลดความอ่อนเพลียผักที่แนะนำ ได้แก่
- บรอกโคลี
- ผักโขม
- คะน้า
- กวางตุ้ง
- ผักบุ้ง
การกินผักหลากหลายสีจะช่วยให้ร่างกายได้รับสารอาหารครบถ้วนมากขึ้น
6. ถั่วและธัญพืชช่วยลดความอยากของหวาน
ช่วงมีประจำเดือน หลายคนมักอยากกินของหวานหรือของจุกจิกมากกว่าปกติ การเลือกถั่วและธัญพืชแทนขนมหวานจะช่วยให้ได้รับพลังงานที่มีคุณภาพมากกว่า
ตัวอย่างอาหารที่เหมาะสม
- อัลมอนด์
- เม็ดมะม่วงหิมพานต์
- ถั่วลิสง
- ข้าวโอ๊ต
- ข้าวกล้อง
อาหารเหล่านี้ยังมีแมกนีเซียมที่ช่วยลดอาการปวดเกร็งของกล้ามเนื้อได้อีกด้วย
7. โยเกิร์ตและนม ช่วยเสริมแคลเซียม
งานวิจัยหลายชิ้นพบว่า ผู้หญิงที่ได้รับแคลเซียมเพียงพออาจมีอาการปวดประจำเดือนน้อยลง
แหล่งแคลเซียมที่ดี ได้แก่
- นมสด
- โยเกิร์ต
- ชีส
- เต้าหู้
- ปลาตัวเล็กที่กินได้ทั้งกระดูก
สำหรับผู้ที่แพ้นมวัว สามารถเลือกนมถั่วเหลืองเสริมแคลเซียมแทนได้
8. ชาสมุนไพรอุ่น ๆ ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย
เครื่องดื่มอุ่น ๆ สามารถช่วยให้ร่างกายรู้สึกสบายขึ้นในช่วงที่มีอาการปวดท้อง
ตัวอย่างชาที่ได้รับความนิยม ได้แก่
- ชาขิง
- ชาคาโมมายล์
- ชามินต์
- น้ำอุ่นผสมน้ำผึ้งเล็กน้อย
ควรหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูงมากเกินไป เพราะอาจทำให้อารมณ์แปรปรวนได้ง่ายขึ้น
อาหารที่ควรลดในช่วงมีประจำเดือน
นอกจากอาหารที่ควรกินแล้ว ยังมีอาหารบางชนิดที่ควรรับประทานในปริมาณที่พอเหมาะ ได้แก่
อาหารรสเค็มจัด
โซเดียมสูงอาจทำให้เกิดอาการบวมน้ำและท้องอืดมากขึ้น
คาเฟอีนมากเกินไป
กาแฟ ชาเข้ม หรือเครื่องดื่มชูกำลัง อาจกระตุ้นให้บางคนมีอาการปวดท้องหรือปวดศีรษะมากขึ้น
อาหารทอดและไขมันสูง
อาจเพิ่มการอักเสบในร่างกายและทำให้รู้สึกไม่สบายตัวมากกว่าเดิม
เครื่องดื่มแอลกอฮอล์
อาจทำให้ร่างกายขาดน้ำและรบกวนการพักผ่อน
ดูแลตัวเองให้ครบทั้งอาหารและการพักผ่อน
นอกจากการเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์แล้ว การนอนหลับให้เพียงพอ ออกกำลังกายเบา ๆ และลดความเครียด ก็มีส่วนช่วยให้ช่วงมีประจำเดือนผ่านไปได้อย่างสบายมากขึ้น
หากมีอาการปวดรุนแรงผิดปกติ เลือดออกมากเกินไป หรือมีประจำเดือนผิดปกติบ่อยครั้ง ควรปรึกษาแพทย์เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง
สรุป
อาหารที่ควรกินช่วงมีประจำเดือน ได้แก่ อาหารที่มีธาตุเหล็กสูง ปลา ผักใบเขียว ผลไม้ ถั่ว ธัญพืช และอาหารที่มีแคลเซียม ซึ่งจะช่วยฟื้นฟูร่างกายและลดอาการไม่สบายต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี
สำหรับใครที่กำลังมองหาความบันเทิงออนไลน์หลังพักผ่อนอยู่บ้าน สามารถเข้าไปสัมผัสประสบการณ์ใหม่กับ KUBET เว็บหวยออนไลน์ที่มีให้เลือกหลายรูปแบบ ใช้งานสะดวก และติดตามผลได้ง่ายตลอด 24 ชั่วโมง

